นั่งรถไฟ... ไป ...เกาะฮ็อกไคโด เที่ยวเทศกาลหิมะ Sapporo Snow Festival 2010
posted on 30 Nov 2009 15:15 by dusit-no-hanaTrip นี้เดินทาง 6-13 กุมภาพันธ์ 2553 (8 Days 6 Nights)
วันแรกของการเดินทาง คือวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 23:00 น. (เวลาของสายการบิน JAL)
เช้าวันที่ 2 : เราจะเดินทางออกจากนาริตะทางรถไฟเพื่อมาขึ้น Shinkansen ที่โตเกียว ได้นั่งชินคันเซ็นกันจนอิ่มเลยค่ะงานนี้ โดยจะออกจากโตเกียวประมาณ 6 แล้วจะไปถึงซัปโปะโระ( 札幌) Sapporo เช้ามืด นี่ขนาดรถไฟหัวกระสุนนะคะ ยังใช้เวลานานขนาดนี้ ... แสดงให้เห็นว่าระยะทางห่างไกลกันมากมายขนาดไหน
ระยะเวลาของเทศกาลหิมะนี่คือช่วงเวลาทองของซัปโปะโระและเมืองใกล้เคียง มากๆ ณ วันนี้เวลานี้โรงแรมส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่เดินทางได้สะดวกอยู่ใกล้สถานีรถไฟจะ เต็มเป็นตัวแดงกันหมดแล้วนะคะ จขบ.จึงได้เข้าไปจองโรงแรมสำหรับสมาชิกที่จะมีในทริปนี้ไว้ล่วงหน้าเนิ่นๆ จองสำเร็จแล้วค่ะ ... ถึงได้มั่นใจมาชักชวนกันไปเที่ยวได้เต็มปาก
วันที่ 3 ของการเดินทาง
เมื่อถึงฮ็อกไคโดเราจะลากกระเป๋าไปฝากที่โรงแรมก่อนจะเข้ามาเช็คอินได้อีกทีตอนเย็นค่ะ ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกไปเที่ยวทันที ...
นอนอิ่มกันมาในรถแล้วก็ออกเที่ยวจุดสำคัญๆในซัปโปะโระกันเลยค่ะ
เช่นหอนาฬิกา (時計台)สวนสาธารณะโอโดริสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะอันลือชื่อ
ไปหมู่บ้านช็อกโกแล็ตอิชิยะ เจ้าของ"Shiroikoibito" หรือคนรักสีขาว
ยี่ห้อช็อกโกแล็ตชื่อดังของเกาะนี้หรือของประเทศนี้เลยก็ว่าได้
จากนั้นก็ไปย่านช็อปปิ้ง ดูตลาดดูบ้านเรือนของชาวซัปโปโระกันที่ย่าน tanuki Koji กัน
เมื่อถึงเวลาเช็คอินได้ก็กลับมาที่โรงแรม
พักผ่อนกันสักพักก่อนจะเตรียมออกไปตะลุยหิมะในเทศกาลที่จะประดับไฟสวยงามใน
ยามค่ำคืนกันอีกรอบ

กิจกรรมที่ไม่น่าพลาดในซัปโปะโระคือการออกชิมราเมนต้นตำรับที่ถนนสายราเมน (Ramen Yokocho)เพราะที่ Sapporoนี้ มีร้านราเมนอยู่มากกว่า 1,000 ร้าน ถือว่าเป็นเมืองแห่งราเมน 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น (อีก 2 แห่งคือเมือง Kitakata ในจังหวัด Fukushima กับเมือง Hakata หรือ Fukuoka) เมื่อเดินทางมาถึง Sapporoแล้วจะต้องไม่พลาดมิโสะราเมนซึ่งถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่นี่ค่ะ
วันที่ 4 ของการเดินทาง
วันนี้เดินทางไปเมืองฟุราโนะกัน(Furano 富良野)ค่ะ ฟุราโนะโด่งดังเพราะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาชมทุ่งลาเวนเดอร์ กันในฤดูร้อนก็จริง แต่เนินกว้างสูงต่ำสุดสายตานั้นสวยงามมากๆเมื่อปกคลุมขาวโพลนด้วยหิมะในฤดู หนาว กิจกรรมที่เราจะทำที่ฟุราโนะคือการเล่นหิมะล้วนๆ และทิวทัศน์แบบนี้ล่ะค่ะ ที่เราต้องตะกายไปให้ถึง

เพลิดเพลินกับการขับ SNOW MOBILE เป็นอ็อพชั่นสำหรับคนที่ชอบความตื่นเ้ต้นผาดโผน
แต่สำหรับอีกหลายคนที่พอใจที่จะเกลือกกลิ้งหิมะอยู่กับที่ก็สามารถเล่นอยู่ในลานสกีนั้นได้กันจนหนำใจ
อ้อ ... รายการบันนาน่า โบ๊ทก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ
รายการเสริมแบบนี้ราคาไม่แพงนะคะ ถ้าสนใจสอบถามเข้ามาได้เลย
ที่พัก แบบ Minshuku (民宿)
บ้านพักของชาวบ้านที่จัดเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด รับประทานอาหารจากผลผลิตตามฤดูกาลแบบโฮมเมดที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
พักผ่อนอิริยาบถ ใช้เวลาแบบสบายๆที่Minshuku ที่Furano(富良野民宿) ให้ เวลาคุณได้ใช้เวลาหลังรับประทานอาหารเช้าเดินเล่นเที่ยวชมธรรมชาติที่แวด ล้อมหมู่บ้านที่อยู่บนเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะได้อย่างอิสระ ... ช่วงเวลาแบบนี้หาไม่ได้บ่อยนักในชีวิตเรา ... ใช่ไหมคะ
หลังจากนั้นสายๆเราจะเดินทางไปเมืองที่สุดแสนโรแมนติกโอตารุค่ะ (小樽) นับตั้งแต่บรรยากาศที่สวยงามของเมืองนี้ปรากฏอยู่ในภาพยนต์สุดแสนโรแมนติก ของญี่ปุ่นยิ่งทำให้โอตารุเป็นที่รู้จักแก่คนทัั่วไปมากยิ่งขึ้น
Otaru เป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศ และของเกาะ Hokkaido ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง Sapporo โอตารุเคยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของHokkaido จนได้ชื่อว่าเป็น Wall Street of the North จึงมีตึกสวยๆ แบบตะวันตกอยู่มากมาย เมืองโอตารุจะสวยเกินคำบรรยายเมื่ออยู่ในบรรยากาศของโคมไฟในยามค่ำคืนในบริเวณคลองเก่า (Otaru Canal) ซึ่งสร้างเพื่อให้เรือเล็กลำเลียงสินค้าจากท่าเรือเอามาเก็บไว้ในโกดังที่อยู่ตามริมคลอง เมื่อ
วิทยาการเจริญก้าวหน้าเรือใหญ่จึงเปลี่ยนไปเข้าท่าที่ใหญ่และขนส่งเข้าโกดัง
ได้ง่ายขึ้น ตึกเก่าเก็บสินค้าริมคลองเหล่านี้
จึงถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารสไตล์ต่างๆ และพิพิธภัณฑ์ ผ่านถนน Sakaimachi ซึ่งมีร้านขายของอยู่ตลอดทาง ชมนาฬิกาไอน้ำที่บริเวณ Marchen square นาฬิกาไอน้ำนี้ทำขึ้นมาเป็นแบบเดียวกันกับที่ Gastown ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ในเวลากลางคืนริมคลองมีโคมไฟทีทำให้บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก
นอกจากเดินทางไปช่วงเทศกาลหิมะซัปโปะโระแ้ล้ว ที่โอคารุนี้เรายังจะได้พบกับ " งาน Otaru Candle Festival (小樽雪あかりの路 Otaru Yuki Akari no Michi) หรือบางคนอาจจะเรียกชื่อภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันออกไป เช่น Otaru Snow Gleaming Festival, Otaru Lantern Festival เป็นต้น ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า 雪(ยู-คิ แปลว่า หิมะ) あかり(อะ-คะ-ริ แปลว่า แสงจากโคมไฟ) 路(มิ-ชิ แปลว่า ถนน) งานจะจัดในช่วงเดียวกันกับงานเทศกาลหิมะซัปโปโร" หน้าตาแบบนี้ค่ะ .... ^^
วันที่ 6 ของการเดินทาง
การเดินทางต่อมา เราจะตรงไปที่ Noboribetsu (登別温泉) โนโบริเบ็ทสึ เพื่อชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ โดยเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อของ เรื่องน้ำแร่ที่มีคุณค่า ไปชมชมจุดที่น้ำแร่ถูกดันขึ้นมา และกลิ่นของแก๊สไข่เน่าที่ส่งกลิ่นไปทั่วไปทั้งบริเวณมี ตำนานเล่ากันมาว่า ที่นี่ในสมัยโบราณเคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของยักษ์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน พื้นเมืองยังคงให้ความนับถือยำเกรง
วันนี้ พักผ่อนในโรงแรมที่พักแบบญี่ปุ่น หรือเรียวคัง (温泉旅館 Onsen Ryokan) อาบน้ำแร่และรับประทานอาหารที่แต่ละเรียวคังจะสรรหาวัตถุดิบในท้องถิ่นปรุงแต่งอย่างสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง เป็นอนเซ็นเรียวคัง ที่เราจะได้แชน้ำแร่ชื่นชมกับธรรมชาติที่สวยงามรอบๆด้วยค่ะ
วันที่ 7 ของการเดินทาง
วันนี้เราจะถึงฮาโกดาเทะกันแล้วค่ะ
เมือง Hakodate เป็นเมืองท่าเก่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของเกาะ Hokkaido ท่าเรือของเมือง Hakodate เป็นท่าเรือใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีเรือแล่นระหว่างเมือง Hakodate กับเมืองอื่นๆเช่น Osaka และยังสามารถไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีได้อีกด้วย ชมย่านเมืองเก่า ตึกโกดังเก่าแก่ของเมือง(The Kenemori Warehouse หรือ Red Brick Warehouse ) จากนั้นเดินทางด้วยกระเช้าขึ้นสู่ภูเขาฮาโกดาเตะ( Mt. Hakodate) จุดชมวิวที่ เป็น 1 ใน 3 เมืองที่ได้ชื่อว่ามี ภาพมุมสูงกลางคืน ที่สวยที่สุดในโลก
(อีก
2 แห่งคือเมือง Naple และเกาะฮ่องกง) เรียกว่า MILLION DOLLAR VIEW ด้วยความสูงเมตร ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของแสงไฟในตัวเมือง มองเห็นพื้นดินที่โอบล้อมด้วยพื้นน้ำได้อย่างงดงามลงตัว
thank:http://www.reggie.net/photo.php?albid=600&ph=3080854
หลังจากท่องเที่ยวฮาโกดาเตะทั้งวัน และชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึงในโลกแล้ว เราจะเดินทางด้วยรถไฟกลับคืนสู่กรุงโตเกียวกันด้วยรถไฟเที่ยวดึกเพื่อให้ถึง โตเกียวสายๆ
เรามีเวลาอยู่ในโตเกียวอีกเหลือเฟือ สำหรับวันนี้ทั้งวัน ....
นำกระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมแล้วออกเที่ยวต่อได้เลยค่ะ ... ใครที่ต้องการไป Disney Land เราก็จะนำไป ... ใครอยากไปช็อปปิ้งก็ได้ค่ะ
สตาฟของเราเหมี่ยว อุ้ม เปิ้ลยินดีแยกร่างนำทางท่องเที่ยวด้วยขาสองข้างขึ้นรถไฟในโตเกียว ^^
หรือจะลุยกันไปให้ถึง Kamakura or Yokohama ...เดี๋ยวปรึกษากันได้เลยค่ะ
วันที่ 8 ของการเดินทาง
ไฟลท์ของ JAL เป็นไฟลท์ค่ำ 18:05 เพราะฉนั้นเวลาที่มีถึงช่วงบ่ายในโตเกียว
เรามีเวลาให้เดินเล่นที่ชินจุกุ ไปวัด Asakusa (หรือที่อื่นๆที่ต้องการ)ก่อนจะเข้าสู่สนามบินนาริตะเพื่อกลับในไฟลท์ค่ำของค่ะ
สอบถามเพิ่มเติมที่อ.อุ้มนะคะ
086-545-0678 หรืิอ jarurakk@hotmail.com
